"เพราะการลงทุนเพื่ออนาคตของตัวเอง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด"
เรายินดีให้คำแนะนำ 
"อีกเส้นทางที่คุณขอ กรีนการ์ด
วีซ่าจ้างงาน วีซ่านักเรียน วีซ่านักลงทุน
ได้อย่างถูกต้องตามกฏหมายในอเมริกา" 

 
 
วีซ่าผ่านการจ้างงาน EB-3

"สิ่งที่เราทำ คือ การทำให้ทุกคนได้เห็นโอกาส" ในโครงการ กรีนการ์ด EB-3 ผ่านการจ้างงาน กรีนการ์ด greencard อเมริกา 

โครงการ กรีนการ์ด EB-3 ผ่านการจ้างงานเป็นโครงการของรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่ประสบปัญหาขาดแคลนลูกจ้าง ทางรัฐบาลสหรัฐฯ การันตีการให้กรีนการ์ดผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากร คุณสมบัติผู้สมัครกรีนการ์ด (ผู้พำนักอาศัยที่อเมริกาถาวร) ผ่านการจ้างงาน ควรพูดสื่อสารภาษาอังกฤษได้และมีจริยธรรมในการทำงาน

AEC USA, LLC (สำนักงานใหญ่ในสหรัฐอเมริกา) จะให้ความช่วยเหลือในเรื่องการจัดหาบริษัทในสหรัฐอเมริกาที่เปิดรับสมัครลูกจ้างจากต่างประเทศ ผ่านโครงการ EB-3 ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะเป็น สปอนเซอร์กรีนการ์ดผ่านการจ้างงานให้กับผู้สมัคร สำหรับผู้สนใจโครงการนี้จะมีค่าใช้จ่ายค่าทนายความในอเมริกาในการดำเนินการและต้องทำงานให้กับนายจ้างสหรัฐตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญาจ้าง สรุปภาพรวมของโครงการ EB-3 ผ่านการจ้างงาน จุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือบริษัท/นายจ้าง ในสหรัฐอเมริกาที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งหากผู้สมัครมีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์การสมัคร ผู้สมัครจะได้รับการันตีกรีนการ์ดและการจ้างงานจากนายจ้าง คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครจะต้องมีจริยธรรม จรรยาบรรณ ในการทำงาน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับสารเสพติดทุกชนิดและจะต้องผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม อัตราค่าจ้างที่ผู้สมัครจะได้รับจะขึ้นอยู่กับรัฐและประเภทอุตสาหกรรม

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและเงื่อนไขต่างๆ ตรวจสอบได้ที่ http://www.uscis.gov/working-united-states/permanent-workers/employment-based-immigration-third-preference-eb-3 
 
 
 
E-2 VISA FOR INVESTOR 

วีซ่านักลงทุน E-2 เป็น วีซ่าชั่วคราวเพื่อการลงทุนในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยอนุญาติให้ผู้ถือวีซ่าทำการลงทุนและดำเนินกิจการในประเทศสหรัฐอเมริกา วีซ่าประเภทนี้สามารถต่อได้ทุก 2 ปี โดยไม่จำกัดครั้ง คุณสมบัติผู้สมัครวีซ่านักลงทุน โดยแนะนำทำการลงทุนขั้นต่ำ $75,000 ขึ้นไป หรือเป็นพนักงานที่ทำงานให้กับองค์กรขนาดใหญ่ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติครบพร้อมเพื่อที่จะผ่านการสมัครวีซ่าประเภทนี้

สหรัฐอเมริกาได้เซ็นต์สนธิสัญญาร่วมกับหลายประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสนธิสัญญาสัมพันธไมตรี การค้า และการเดินเรือ สนธิสัญญาเหล่านี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมด้านการค้าและการลงทุน ระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศร่วมสัญญา และเพื่อเป็นการสนับสนุนสัมพันธไมตรีและสันติภาพที่ดีระหว่างประเทศ เมื่อไม่นานมานี้ สหรัฐอเมริกาได้ทำสนธิสัญญาการลงทุนทวิภาคีร่วมกับหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศที่เคยปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ สัญญาฉบับนี้จัดทำขึ้นเพื่อส่งเสริมด้านการลงทุนอย่างไรก็ตามผู้ทำการลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิพิเศษในการขออนุญาติเข้าประเทศ
 
คุณสมบัติผู้สมัครผ่านโครงการ E-2 วีซ่านักลงทุนชั่วคราว

            •  ต้องเป็นผู้ถือสัญชาติกับประเทศที่ได้ทำสนธิสัญญาการค้าและการเดินเรือกับประเทศสหรัฐอเมริกา

            •  ได้ทำการลงทุนไว้แล้วหรือกำลังดำเนินการลงทุน ผู้ลงทุนจะต้องมีทุนจำนวนมากพอและจะต้องเป็นธุรกิจที่สุจริต

            •  จุดประสงค์การขอวีซ่าเข้าสหรัฐกระทำขึ้นเพื่อดูแลพัฒนาธุรกิจเท่านั้นและจะต้องยื่นแสดงหลักฐานว่าเป็นผู้ถือหุ้นบริษัทอย่างน้อย 50%หรือดำรง                  ตำแหน่งผู้บริหารจัดการ,ตำแหน่งด้านการควบคุมและการดำเนินการ หรือดำรงตำแหน่งอื่นๆ ที่สำคัญในองค์กร 

เงินลงทุนจำนวนมาก คือ

            •  เงินลงทุนจำนวนมากพอในการซื้อต่อกิจการหรือมีเงินทุนมากพอในการจัดตั้งกิจการใหม่
            •  มีเงินทุนมากพอเพื่อเป็นการการันตีว่าผู้ลงทุนมีความพร้อมทางการเงินที่จะดำเนินกิจการให้ประสบผลสำเร็จ                              

            •  จำนวนลงทุนมากพอที่จะสามารถพัฒนาและกำกับดูแลกิจการเพื่อให้ประสบผลสำเร็จ

            •  หากมูลค่ากิจการมีราคาต่ำเงินที่ใช้ในการบริหารการลงทุนต้องมีจำนวนมากขึ้น

ระยะเวลาในการอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา

นักลงทุนหรือลูกจ้างที่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับอนุญาติให้อาศัยในสหรัฐอเมริกาเป็นระยะเวลาสองปีและสามารถต่อวีซ่าได้ทุกๆ 2 ปี โดยไม่จำกัดครั้ง ผู้ถือวีซ่า E-2 จะต้องเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาหากวีซ่าหมดอายุ หรือโดนยกเลิกวีซ่า 

ผู้ถือวีซ่า E-2 จะได้รับวีซ่าอายุ 2 ปี สำหรับผู้ถือวีซ่าประเภทนี้ที่ประสงค์จะเดินทางเข้าออกประเทศสหรัฐอเมริกาบ่อยครั้งไม่จำเป็นจะต้องยื่น แบบ ฟอร์ม I-129 ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เนื่องจากวีซ่าประเภทนี้อนุญาติให้ผู้ถือวีซ่าเดินทางเข้าออกประเทศสหรัฐอเมริกาได้ในช่วงระยะเวลาสองปีที่ถือวีซ่า และทุกครั้งที่เดินทางกลับเข้าสหรัฐฯ ระยะเวลาหมดอายุของวีซ่าอาจจะเลื่อนออกไป 2 ปีโดยอัตโนมัติ


ขั้นตอนการยื่น E-2 วีซ่านักลงทุนชั่วคราว

ผู้ลงทุนอาศัยอยู่ต่างประเทศ

จุดประสงค์: ยื่น DS-160 เพื่อการขอวีซ่า E-2 

ขั้นตอน: ทีมทนายจากบริษัทจะทำการยื่น DS-160 และเอกสารอื่นๆ

คุณสมบัติ: นักลงทุนจะต้องผ่านคุณสมบัติผู้สมัครวีซ่า E-2 

ข้อพิจารณา: กงศุลสหรัฐประจำประเทศไทยจะเป็นผู้นัดวันสัมภาษณ์

ระยะเวลา: ระยะเวลาเตรียมการประมาณ 90 วัน 
 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อกำหนดเกี่ยวกับโครงการได้ที่ https://www.uscis.gov/working-united-states/temporary-workers/e-2-treaty-investors
 
 
 
กรีนการ์ด EB-5 ผ่านการลงทุน วีซ่าถาวร 

โครงการ กรีนการ์ด EB-5 ผ่านการลงทุน ดำเนินการผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ (USCIS) โครงการนี้นักลงทุน สามี/ภรรยา และลูกที่ยังไม่สมรสสามารถสมัครขอกรีนการ์ด (ผู้พำนักอาศัยถาวร) ได้ โครงการนี้เป็นที่รู้จักในนามของ EB-5 ในกลุ่มการขอกรีนการ์ดผ่านการจ้างงานประเภทที่ 5 ในปี ค.ศ. 1990 รัฐสภาสหรัฐอเมริกา ได้ก่อตั้งโครงการ EB-5 เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการสร้างงานโดยสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศ ในปี 1992 รัฐสภาได้ก่อตั้งโครงการนักลงทุนผู้ย้ายถิ่นฐาน (ย้ายถิ่นฐานเข้าสหรัฐอเมริกาแบบถาวร) หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ศูนย์ส่วนภูมิภาค (Regional Center) โครงการอนุญาติให้ผู้ประกอบการทำการลงทุนชิงพาณิชย์ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการส่วนภูมิภาคซึ่งโครงการส่วนภูมิภาคนี้ได้รับการอนุมัติผ่าน USCIS ซึ่งจะพิจารณาด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ


คุณสมบัติผู้สมัครผ่านโครงการ กรีนการ์ด EB-5 ผ่านการลงทุน

นักลงทุงประเภท EB-5 จะต้องทำการลงทุนในกิจการพาณิชย์ใหม่ ซึ่งเป็นกิจการพาณิชย์ต่อไปนี้

กิจการพาณิชย์ที่ก่อตั้งขึ้นหลัง 29 พ.ย. 1990 หรือ

กิจการที่ก่อตั้งในวันที่ 29 พ.ย.1990 หรือก่อนหน้านี้มีข้อกำหนดดังต่อไปนี้

o กิจการดังกล่าวมีการเปลี่ยนโครงสร้างหรือองค์กร ในแบบลักษณะที่ส่งผลไปแนวทางเดียวกันกับ กิจการพาณิชย์แบบใหม่ หรือ

o ทำการขยายการลงทุนโดยต้องมีเปอร์เซนต์ความมั่งคั่งสุทธิเพิ่มเป็น 40% หรือมีปริมาณการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น

ข้อกำหนดการสร้างงาน

o จะต้องสร้างงานหรือเก็บรักษาตำแหน่งงานประจำเดิมที่มีอยู่แล้วในบริษัทอย่างน้อย 10 ตำแหน่ง ให้แก่ลูกจ้างชาวอเมริกันภายในระยะเวลา 2 ปี นับเริ่มตั้งแต่เข้าประเทศสหรัฐอเมริกาและถือสถานะผู้พำนักอาศัยถาวร (หรือหากเกิน 2 ปี จะต้องอยู่ในกรอบเวลาที่สมเหตุสมผลในกรณีที่ตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบ)

o สร้างหรือเก็บรักษางานไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม

- การสร้างงานแบบทางตรง คือ งานที่มีอยู่แล้วในกิจการก่อนผู้ลงทุนทำการซื้อโดยและผู้ลงทุนยังคงเก็บรักษาตำแหน่งงานเหล่านั้น

- การสร้างงานแบบทางอ้อมคือ ตำแหน่งงานใหม่ที่เกิดจากการลงทุนของนักลงทุนประเภท EB-5

หมายเหตุ: จะถือว่าผู้ลงทุนทำการเก็บรักษางานก็ต่อเมื่อธุรกิจที่ซื้อต่อมีปัญหาและทำการลดตำแหน่งงานโดยหลังจากที่ผู้ลงทุนทำการซื้อต่อธุรกิจนั้นผู้ลงทุนทำการรักษางานที่กำลังจะโดนปลดหรือโดนปลดไปแล้วจากบริษัทดังกล่าว

ข้อกำหนดด้านการลงทุน
ทุน คือ เงินสด, อุปกรณ์, สินค้าคงเหลือ, ทรัพย์สินที่เป็นรูปธรรม, เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และหนี้สินที่ค้ำประกันโดยทรัพย์สินของผู้ประกอบการต่างชาติซึ่งผู้ประกอบการต้องแสดงหลักฐานการเป็นผู้รับผิดชอบหลักของทุนทั้งหมด สินทรัพย์ที่ใช้ในการยื่นเรื่องขอวีซ่าเพื่อการดำเนินกิจการพาณิชย์ใหม่จะต้องไม่ติดค้ำประกันหนี้สินขณะยื่นเรื่องขอวีซ่า การประเมินค่าทุนจะประเมินตามมูลค่าตลาดที่ยุติธรรมโดยประเมินเป็นค่าเงินสกุล ดอลล่าสหรัฐ สินทรัพย์ที่ประเมินจะต้องเป็น สินทรัพย์สุจริตเท่านั้น (ไม่ใช่สินทรัพย์ที่ได้รับโดยผิดกฎหมายไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม)
ตามพรบ.มาตรา 203(b)(5) หมายเหตุ: เงินทุนจะต้องไม่ได้มาจากการยืม

ข้อกำหนดขั้นต่ำ
1) ข้อกำหนดขั้นต่ำการลงทุนอยู่ที่ 1 ล้าน เหรียญดอลล่าสหรัฐ
2) พื้นที่จ้างงาน (ให้เน้นการจ้างงานในพื้นที่ชนบท หรือพื้นที่ที่มีอัตราการว่างงานสูง) หากทำการลงทุนในพื้นที่จ้างงานที่กำหนดนักลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำ 500,000 เหรียญดอลล่าสหรัฐ 

ขั้นตอนการยื่นขอวีซ่าถาวร EB-5

ขั้นตอนที่ 1: ยื่นเอกสาร I-526 คำร้องโดยผู้ประกอบการต่างชาติ

กระบวนการ: โครงการวีซ่า EB-5 เป็นขั้นตอนที่ใช้ความชำนาญการ ดังนั้นจะต้องให้ทนายเป็นผู้เตรียม และยื่นเอกสารการสมัคร

ข้อกำหนด: ต้องทำการตรวจสอบประวัติและต้องสอบการมีสิทธิ์ ผู้ประกอบการทำการโอนเงินไปยังศูนย์ส่วนภูมิภาค หรือ โอนให้กับ LLC

ระยะเวลา: ประมาณ 14 เดือน รอการอนุมัติ 

ข้อรับผิดชอบ: หลังจากทาง USCIS อนุมัติ ทางบริษัทจะปฏิบัติขั้นตอนต่อไป ในกรณีที่ USCIS ไม่อนุมัติทางบริษัทจะโอนเงินลงทุนให้แก่ผู้ประกอบการ

ขั้นตอนที่ 2: ยื่นแบบฟอร์ม I-485 ใบสมัครขอเป็นผู้อาศัยถาวรหรือขอเปลี่ยนสถานะ (กรณีอยู่ในอเมริกา) หรือแบบฟอร์ม DS-260 ใบสมัครวีซ่าถาวร (กรณีอยู่ต่างประเทศ)
กระบวนการ: หลังจากที่ทาง USCIS ทำการอนุมัติฟอร์ม I-526 ทางทนายจะเตรียมเอกสารทั้งหมดสำหรับการขอวีซ่า EB-5 เพื่อเดินทางมายังสหรัฐฯ
ข้อกำหนด: นักลงทุน/ผู้ประกอบการจะต้องเตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดก่อนการเข้าสัมภาษณ์วีซ่า ณ สถานทูตสหรัฐฯ ในประเทศที่ผู้สมัครพำนักอาศัยอยู่
ระยะเวลา: ขั้นตอนทั้งหมดจะใช้ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน

ข้อรับผิดชอบ:ในขั้นตอนนี้นักลงทุนจะได้รับวีซ่า EB-5 และเดินทางมายังสหรัฐอเมริกาพร้อมกับจะได้ กรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข อายุ 2 ปี

ขั้นตอนที่ 3: ยื่นแบบฟอร์ม I-829 ยื่นคำร้องโดยผู้ประกอบการเพื่อยกเลิกเงื่อนไข
ยืนเรื่อง 90 วันก่อนระยะเวลา 2 ปีที่ครบกำหนดกรีนการ์ด EB-5 แบบมีเงื่อนไข ถ้า USCIS อนุมัติการยื่นคำร้อง เงื่อนไขของกรีนการ์ดจะถูกยกเลิก และได้รับกรีนการ์ดถาวร 10 ปี พร้อมทั้งสมาชิกครอบครัวที่ติดตามจะได้รับอนุญาติให้อาศัยในสหรัฐโดยถาวร

ระยะเวลาโครงการ
วีซ่าถาวร EB-5 จะเปลี่ยนเป็นกรีนการ์ดแบบมีเงื่อนไข 2 ปี ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสามารถเปลี่ยนเป็นระยะ 10 ปี เมื่อทำเรื่องยกเลิกเงื่อนไขตามข้อกำหนด โดยที่สามารถต่อได้เรื่อยๆโดยไม่กำหนดครั้ง

สิทธิ และ หน้าที่รับผิดชอบ ของผู้ถือกรีนการ์ด (ผู้พำนักอาศัยถาวร)
สิทธิในฐานะผู้พำนักอาศัยถาวร
ผู้พำนักอาศัยถาวร (ผู้ถือกรีนการ์ด), มีสิทธิ ดังต่อไปนี้:

            •  สิทธิในการอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร และจะต้องไม่กระทำการใดๆ ให้ถูกตัดสิทธิที่อยู่ภายใต้กฎหมายคนเข้าเมือง
            •  ทำงานที่ถูกกฎหมายของประเทศสหรัฐและสามารถสมัครงานตามคุณสมบัติที่ตนมี (ในบางงานจะกำหนดให้กับสัญชาติอเมริกันเท่านั้นเนื่องจากเหตุผลด้านความมั่นคง)
            •  สิทธิในการได้รับคุ้มครองตามกฎหมายของประเทศสหรัฐอเมริกาและกฏหมายของรัฐที่ตนอยู่
หน้าที่รับผิดชอบผู้ถือกรีนการ์ด มีดังต่อไปนี้ :
            •  ต้องปฏิบัติตามกฎหมายสหรัฐอเมริกาและกฎหมายของรัฐที่ตนอยู่
            •  ต้องยื่นขอคืนภาษี และรายงานรายได้ต่อกรมสรรพากรและหน่วยงานภาษีของรัฐที่อาศัยอยู่
            •  ให้การสนับสนุนระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย และไม่เข้าร่วมการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลโดยผิดกฎหมาย
            •  เพศชายอายุระหว่าง 15-25 ปี ต้องทำการลงทะเบียน ระบบกำลังพลสำรอง

การรักษาสิทธิผู้พำนักอาศัยถาวร หรือ ผู้ถือกรีนการ์ด
หลังจากได้สิทธิเป็นผู้ถือกรีนการ์ดอย่างถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ผู้ถือกรีนการ์ดสามารถถือสิทธิได้จนกว่าจะดำเนินการดังต่อไปนี้
            •  สมัครขอสัญชาติอเมริกัน หรือ
            •  ถูกถอนสิทธิโดยกระทำการใดๆ ที่ผิดกฎหมาย หรือ กฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือ ละทิ้งสิทธิด้วยตัวเอง ผู้ถือกรีนการ์ดอาจเสียสิทธิหรือยกเลิกสิทธิได้ หากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

เงื่อนไขของผู้พำนักอาศัยถาวร (ผู้ถือกรีนการ์ด) 
มาตรา 216 แห่ง พรบ. ตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐอเมริกา อนุญาติให้บุคคลอยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวรแบบมีเงือนไข ผ่านการแต่งงาน
มาตรา 216A อนุญาติให้บุคคลอยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวรแบบมีเงือนไข ผ่านการลงทุน 
ในสองกรณีข้างต้น ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ สามารถถอนสิทธิผู้ถือกรีนการ์ดได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นการกระทำที่ทุจริต เป็นต้น 

ในกรณีผู้ถือกรีนการ์ดถูกดำเนินการเพิกถอนสิทธิผู้ถือกรีนการ์ดอาจยื่นเรื่องให้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติ ทำการตรวจสอบคดีอีกครั้ง ก่อนที่คดีจะไปถึงศาล

ขั้นตอนการเพิกถอนสิทธิ 
ผู้ถือกรีนการ์ดจะถูกเพิกถอนสิทธิในการถือกรีนการ์ดทันที หากศาลพิจารณาว่าผิดจริง 
มาตรา 212 และ 237 แห่ง พรบ. ตรวจคนเข้าเมืองและสัญชาติสหรัฐอเมริกา อธิบายว่าศาลสามารถสั่งถอดถอนสิทธิและผู้ถูกถอนสิทธิต้องเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

ละทิ้งสถานะภาพผู้พำนักอาศัยถาวร (กรีนการ์ด)
ผู้ถือกรีนการ์ดอาจเสียสถานะของตนโดยเจตนา หากกระทำการต่อไปนี้
            •  ย้ายถิ่นฐานไปต่างประเทศ เจตนาที่จะตั้งถิ่นฐาน ณ ประเทศนั้นๆ อย่างถาวร
            •  อาศัยอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกาเกินเวลาที่กำหนด ยกเว้นในกรณีที่ชี้แจงสาเหตุของการอาศัยอยู่นอกประเทศเป็นการชั่วคราวต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต้องแสดงสาเหตุดังต่อไปนี้
            o  เหตุผลในการเดินทาง
            o  ระยะเวลาที่จะอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา
            o  มีสาเหตุในการเดินทางออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกาอื่นๆ อีกหรือไม่
            o  สถานการณ์ที่อาจยืดระยะเวลาการอาศัยอยู่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา
            o  หมายเหตุ: จะต้องทำการแจ้งสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และได้รับเอกสารอนุญาติเดินทางกลับเข้าประเทศก่อนเดินทาง หรือได้รับวิซ่าเดินทางกลับเข้าประเทศ (SB-1) จากสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาในประเทศที่จะเดินทางไป ซึ่งเอกสารข้างต้นจะต้องใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเมื่อเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ

            •  ไม่ทำการยื่นเรื่องขอคืนภาษี (ถึงแม้อยู่ต่างประเทศก็ต้องทำเรื่องยื่นขอคืนภาษี)
            •  แจ้งในใบขอคืนภาษีว่า ไม่ใช่ ผู้พำนักอาศัยถาวร (ผู้ถือกรีนการ์ด)

รายงานการถูกถอนสถานะผู้พำนักอาศัยถาวร (กรีนการ์ด)
ในบทบัญญัติแห่ง ประมวลรัษฎากร มาตรา 6039G(d)(3) กล่าวว่า กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิจะต้องแจ้งสำนักงานสรรพากรหากมีการเพิกถอนสถานะผู้อยู่อาศัยถาวร ในสาเหตุต่อไปนี้
            •  ถูกสั่งให้ออกนอกประเทศสหรัฐอเมริกา หรือ 
            •  ผู้ถือกรีนการ์ดเลือกที่จะละทิ้งสถานะของตนและทำการเวนคืนกรีนการ์ด 

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการและเงื่อนไขต่างๆ ตรวจสอบได้ที่ https://www.uscis.gov/eb-5  
Powered by MakeWebEasy.com